ขนมหัวมันหน้ากะทิ ขนมปักษ์ใต้ อาหารหวาน หาทานยาก วิธีทำหัวมันหน้ากะทิ ง่ายๆสามารถทำกินเองได้ เมนูมันสัมปะหลัง เมนูกะทิ ขนมไทย เมนูนึ่ง มันสัมปะหลังทำอะไรกินได้บ้าง ขนมจากหัวมัน ทำอย่างไร

ขนมหัวมันหน้ากะทิ เมนูมันสัมปะหลัง ขนมไทย ขนมนึ่ง

อาหารไทย เมนูอาหาร ยอดนิยมสำหรับวันนี้ นำเสนอ ขนมหวาน เป็น ขนมพื้นบ้าน หาทานยาก ใช้มันสัมปะหลังเป็นวัตถุดิบหลัก คือ ขนมไทย ชื่อ หัวมันหน้ากะทิ ลักษณะคล้ายขนมหน้านวล แต่เปลี่ยนจากข้าวเหนียวเป็นมันสัมปะหลังแทน เคล็ดลับการทำขนมหัวมันหน้ากะทิ คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การปรุงรสชาติ สูตรขนมหัวมันหน้ากะทิ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูกะทิ

ส่วนผสมสำหรับทำหัวมันหน้ากะทิ

  • หัวมันสัมปะหลัง 1 หัว
  • เกลือ 1 ช้อนชา สำหรับปรุงรสหัวมัน
  • แป้งมัน 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
  • หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
  • เกลือ 1 ช้อนชา สำหรับปรุงรสกะทิ
  • แป้งข้าวจ้าว 1 ช้อนโต้ะ

วิธีทำขนมหัวมันหน้ากะทิ

  1. เริ่มจากการล้างหัวมันให้สะอาด ปลอกเปลือกมันออก และ เอาส่วนแกนหัวมันออก
  2. ล้างให้สะอาด โดยต้องล้างจนน้ำใส ไม่มีแป้งสีขาวติดในน้ำ จากนั้นนำหัวมันมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  3. นำหัวมันไปนึ่งให้สุก เมื่อได้หัวมันสุกแล้ว ให้นำหัวมันมาบดให้ละเอียด จากนั้นพักเอาไว้ก่อน
  4. เตรียมภาชนะ ใส่ หัวมันบด น้ำตาลทราย แป้งมัน เกลือ และ น้ำเปล่า จากนั้นกวนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน กวนไปเลื่อยๆ จนส่วนผสมต่างๆเข้ากัน
  5. จากนั้น นำหัวมันที่ปรุงรสแล้ว ใส่พิมพ์ และนำไปนึ่ง ด้วยไฟร้อนๆ ประมาณ 30 นาที
  6. ในระหว่างนี้ ให้เตรียมกะทิ โดย นำหัวกะทิ มาผสม กับ แป้งข้าวจ้าว และ เกลือ นำส่วนผสมมากวนให้ละลาย และ พักเอาไว้ก่อน
  7. เมื่อครบ 30 นาที ให้ปิดไฟหม้อนึ่ง และ ราดกะทิลงบนพิมพ์ ของหัวมัน และ อบไว้ในหม้อนึ่งร้อนๆ ให้แป้งกะทิสุก และ พักเอาไว้ก่อน ประมาณ 10 นาที
  8. จากนั้นนำขนมออกมาพักให้เย็น ให้กะทิเซ็ตตัว เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้

เคล็ดลับการทำขนมหัวมันหน้ากะทิ

  • หัวมัน ต้องเลือกหัวมันขนาดใหญ่ๆ โดยล้างให้สะอาด และ ปลอกเปลือกออก ขั้นตอนการล้างหัวมัน สำคัญต้องล้างจนหัวมันสะอาด โดยการสังเกตุว่าหัวมันสะอาด คือ ไม่มีแป้งออกมาจากหัวมัน
  • แกนของหัวมัน แข็ง เวลานำมาทำขนมจะทำให้ขนมไม่เนียน ต้องเอาส่วนของแกงหัวมันออก
  • กะทิ ต้องเลือกใช้น้ำกะทิคั้นสดๆ จะได้ความหอม ของกะทิแบบธรรมชาติ
  • ขั้นตอนการนึ่งกะทิ ไม่ต้องนึ่งนาน เพราะ หากนึ่งนาน กะทิจะจับตัวเป็นก้อนและเนื้อแข็ง ไม่น่ารับประทาน โดย เทคนิค คือ ให้ปิดไฟหม้อนึ่ง และ ราดกะทิลงไปอบในหม้อนึ่ง ให้ความร้อนที่มีอยู่ในหม้อนึ่งทำให้แป้งผสมกะทิสุกเองในตัวของมัน เราจะได้หน้ากะทิเนียนๆ ไม่จับตัวเป็นก้อน

ไก่อบเต้าเจี้ยว เมนูอาหาร แสนอร่อยๆ รสไม่เผ็ด เมนูไก่ วิธีทำไก่อบเต้าเจี้ยว ง่ายๆ สามารถทำกินเองได้ น้ำซอสหวานกลมกล่อม สะโพกไก่ทำอะไรกินได้บ้าง มีสะโพกไก่ทำอะไรกินดี เมนูเต้าเจี้ยว

ไก่อบเต้าเจี้ยว เมนูไก่ สูตรอาหาร เมนูอาหาร

อาหาร สูตรอาหาร สำหรับวันนี้ นำเสนอ อาหารง่ายๆ เมนูไก่ คือ ไก่อบเต้าเจี้ยว เคล็ดลับการทำไก่อบเต้าเจี้ยว ง่ายๆ คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การปรุงรสชาติ เมนูเหลา แบบอร่อยๆ สบายกระเป๋า สูตรไก่อบเต้าเจี้ยว ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูไก่

ส่วนผสมสำหรับทำไก่อบเต้าเจี้ยว

  • เนื้อไก่ ส่วนสะโพก 2 ชิ้น
  • รากผักชี กระเทียม พริกไทย บดละเอียด 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต้ะ
  • ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต้ะ
  • เต้าเจี้ยวบด 5 ช้อนโต้ะ
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
  • ผักกวางตุ้ง 1 ต้น ประมาณ 3-4 ใบ

วิธีทำไก่อบเต้าเจี้ยว

  1. เริ่มจากการเตรียมไก่ก่อน ล้างไก่ให้สะอาด และ ตัดส่วนข้อไก่ออกก่อน จากนั้นักเอาไว้ก่อน
  2. ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน ใส่ รากผักชี กระเทียม และ พริกไทย ลงไปผัด ให้ไดกลิ่นหอม
  3. จากนั้นใส่น้ำตาลลงไปผัด ผัดพอให้น้ำตาลเปลี่ยนสีออกน้ำตาลอ่อน จึงใส่เต้าเจี้ยวลงไปผัด
  4. ปรุงรสด้วย ซีอิ้วขาว และ เติมน้ำเปล่าลงไป
  5. จากนั้นจึงใส่ สะโพกไก่ ลงไปต้ม ให้สุก เมื่อสะโพกไก่สุกได้ที่ จึงปิดไฟ และ ใส่ผักกวางตุ้งลงไป
  6. อบทิ้งไว้สัักพัก ก็สามารถเสริฟใส่จาน พร้อมรับประทาน

เคล็ดลับการทำไก่อบเต้าเจี้ยว

  • การเลือกไก่ ให้เลือกส่วนของสะโพกไก่ เป็นส่วนที่มีเนื้อนุ่มและมัน ติดหนัง เหมาะสำหรับทำเมนูนี้ เทคนิคการเลือกซื้อสะโพกไก่ ให้ดูที่สะโพกสดๆ เนื้อแน่ สีไม่คล้ำ ไม่มีกลิ่นเน่า
  • การล้างไก่ให้สะอาด ช่วยลดกลิ่นคาวของไก่ลงได้
  • เต้าเจี้ยวบด ต้องเลือกใช้เต้าเจี้ยวบดอย่างดี จะได้รสชาติที่ไม่เค็มเกินไป
  • ขั้นตอนการผัดน้ำตาล เป็นขั้นตอนที่สำคัญ ต้องผัดให้น้ำตาลเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล และ อย่าให้ไหม เพราะ หากน้่ำตาลไหม้ จะให้รสขม ซึ่งทำให้รสชาติอาหารเสียไปเลย ไม่สามารถรับประทานได้
  • สำหรับการปรุงรสชาติ ต้องให้มีความหอมของรากผักชี กระเทียม และ พริกไทย และ ความหวาน ความเค็ม เท่ากัน หากใส่ส่วนผสมต่างๆแล้วยังไม่สมดุลย์ของรสาติให้ปรุงเพิ่มเติมได้
  • ขั้นตอนการเคี้ยวไก่ หากน้ำน้อยเกินไป สามารถเติมน้ำเข้าไปได้ และ เคี้ยวจะน้ำลดลงในปริมาณที่พอคลุกขลิก