โจ๊กปลาเก๋า อาหารแสนอร่อย เมนูอาหารเบาๆทานง่าย วิธีทำโจ๊กปลาเก๋า ไม่ยากสามารถทำกินเองได้ ข้าวเนียนนุ่ม หวานหอมน้ำุป เนื้อปลาอร่อยไม่คาว เป็นอาหารเช้าเพื่อสุขภาพ

โจ๊กปลาเก๋า โจ๊กปลา อาหารไทย เมนูปลา

สูตรอาหารอร่อยๆ เมนูอาหารยอดนิยม สำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ อาหารเบาๆ เป็นอาหารเช้า คือ โจ๊ก แต่เป็นโจ๊กสูตรพิเศษ มีเนื้อปลาเก๋า เป็นส่วนประกอบ ได้อาหารอร่อย คือ โจ๊กปลาเก๋า อุดมไปด้วยประโยชน์จากสารอาหารมากมายของปลา ทั้ง โอเมกา3 ดีเอชเอ เหมาะสำหรับคนทุกวัย เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การปรุงรสชาติ เนื้อปลาที่สดใหม่มีคุณภาพเพิ่มความอร่อยมากขึ้น

สูตรโจ๊กปลาเก๊า อาหารเมนูปลา ส่วนผสมและขั้นตอนการทำอาหารเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูโจ๊ก

ส่วนผสมสำรับทำโจ๊กปลาเก๋า

  • ข้าวหอมมะลิใหม่ 1/2 กิโล
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 3 ลิตร
  • กระดูกเล้ง 1 กิโลกรัม
  • เนื้อปลาเก๋า 1 ตัว หั่นให้พอดีคำ
  • ตะไคร้ 1 ต้น หั่นเป็นท่อน
  • ขิง 1 หัว นำมาซอยเป็นเส้น
  • ต้นหอม 1 ต้น ซอยบางๆ
  • คื่นช่าย 1 ต้น นำมาซอยบางๆ

วิธีทำโจ๊กปลาเก๋า

  1. เริ่มจากการนำข้าวหอมมะลิมาแช่น้ำและเกลือ ประมาณ 1 คืนก่อน
  2. เตรียมน้ำน้ำซุปโดย ต้มน้ำให้เดือดใส่เกลือลงไป จากนั้นหรี่ไฟอ่อน นำกระดูกหมูลงไปต้ม ประมาณ 3 ชั่วโมง คอยช้อนฟองออกเป็นระยะๆ
  3. เมื่อได้น้ำซุปพร้อม ให้กรองเอาเฉพาะน้ำซุป ตั้งไฟให้เดือด ใส่ข้าวหอมมะลิลงไปต้ม คอยคลนอยู่เสมอ ระวังไม่ให้ข้าวติดก้นหม้อ ใช้เวลาต้มประมาณ 45 นาที จะได้ข้าวที่เละเป็นโจ๊กอร่อย พร้อมรับประทานได้ จากนั้นให้พักเอาไว้ก่อน
  4. เตรียมเนื้อปลา โดยตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด ใส่ตะไคร้ลงไป จากนั้นนำเนื้อปลาลงไปลวกให้สุก ก็นำออกมาแช่น้ำเย็นเอาไว้ ให้เนื้อปลาคงรูปไม่เละ
  5. เสริฟโจ๊กใส่ชาม โรยหน้าด้วยเนื้อปลาเก๋า ขิง ต้นหอมซอย และคื่นช่าย

เคล็ดลับการทำโจ๊กปลาเก๋า

  • หากระหว่างต้มข้าวเกิดปัญหาข้าวไหม้ติดก้นหม้อ อย่างัดข้าวไหม้ เพราะ โจ๊กหม้นนั้นจะกินไม่ได้เลย วิธีแก้ปัญหา คือ ให้เปลี่ยนหม้อใหม่ และ ต้มเฉพาะส่วนที่เหลือ ที่ยังไม่ติดก้นหม้อ
  • การเลือกปลาเก๋า ให้เลือกใช้ปลาที่สด ใหม่ โดยวัตถุดิบที่สด นั้นจะทำให้ได้อาหารที่อร่อย โดยไม่ต้องปรุงรสมาก การเลือกปลาที่สดๆ นั้น ให้ดูตาปลา ต้องใสๆ เหงือกยังสด สีแดงอยู่ เนื้อปลาแน่น ไม่นิ่ม เวลากด และยังเด่งอยู่ถือว่าใช้ได้
  • เทคนิคการเตรียมเนื้อปลาเก๋า ต้องนำมาล้างให้สะอาด โดยเทคนิคการล้างปลา ให้ใช้เกลือ ช่วยขัดผิวปลา ล้างให้เมือกที่หนังปลาออกใหม้หมด เมือกนี้แหละคือ ส่วนที่ทำให้ปลามีความคาว
  • เทคนิคการลวกปลา หากต้องการลดความคาว ให้ใส่ ตะไคร้ ลงไปด้วย เนื้อปลาจะลดความคาวลง น้ำจากการลวกปลาจะมีความคาวไม่ควรนำไปทำอาหาร
  • ข้าวสำหรับนำมาใช้ทำโจ๊ก ต้องเป็นข้าวหอมมะลิใหม่ ข้าวเวลาต้มจะนุ่มสวย น่ารับประทาน โดยก่อนนำมาต้มโจ๊กให้แช่น้ำไส้ก่อน 1 คืน ข้าวจะสุกง่ายและเละสวยน่ารับประทาน
  • น้ำซุป สำหรับ ต้มโจ๊ก นั้น หากใช้ น้ำซุปกระดูกหมู ได้จะดีมาก รสชาติของโจ๊กจะหวาน กลมกล่อม

โจ๊กปลาเก๋า อาหารเบาๆ ทานง่าย ทำจากปลา วิธีทำโจ๊กปลา ง่ายๆทำกินเองได้

บัวลอยน้ำขิง ขนมหวาน เมนูสุขภาพ สำหรับฤดูหนาว ทำให้ร่างกายอบอุ่น วิธีทำบัวลอยน้ำขิง ง่ายๆทำกินเองได้ แป้งบัวลอยทำอย่างไร บัวลอยไส้ถั่วงาดำ ขนมหวานที่ดีต่อสุขภาพ

บัวลอยน้ำขิง ขนมหวาน สูตรบัวลอยน้ำขิง

สูตรอาหาร สำหรับวันนี้ ขอแนะนำ ขนมหวาน สำหรับฤดูหวาน ช่วงที่อากาศเย็น ขนมหวานสามารถช่วยให้ร่างกายอบอุ่นได้ คือ บัวลอยน้ำขิง น้ำขิงร้อนๆบัวลอยหวานๆอร่อยๆ เคล็ดลับความอร่อยของเมนูนี้อยู่ที่ัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหารและการปรุงรสชาติ

สูตรบัวลอยน้ำขิง ขนมหวาน เมนูสุขภาพ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำขนมหวาน เมนูขิง

ส่วนผสมสำหรับทำบัวลอยน้ำขิง

  • แป้งข้าวเหนียว 300 กรัม
  • แป้งข้าวจ้าว 100 กรัม
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
  • ถั่วเขียว 100 กรัม
  • งาดำ 100 กรัม
  • น้ำตาลทราย 200 กรัม
  • น้ำตาลทรายแดง 100 กรัม
  • น้ำตาลปิ๊ป 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • ขิงแก่ 2 แง่งใหญ่ นำมาซอยเป็นแผ่น
  • น้ำสะอาด สำหรับต้มน้ำขิง

ขั้นตอนการทำบัวลอยน้ำขิง

  1. เตรียมน้ำขิง โดยตั้งหม้อต้มน้ำให้ร้อนใส่ขิงลงไปต้ม ต้มจนได้กลิ่นหอมของขิง จากนั้นเติมน้ำตาลทรายและน้ำตาลทรายแดงลงไป เคี้ยวไปเรื่อยๆด้วยไฟอ่อนๆ
  2. เริ่มจากการนำถั่วเขียวมาล้างให้สะอาด จากนั้นนำไปนึ่งให้ถั่วเขียวสุก และ นำไปบดให้ละเอียด
  3. เตรียมงาดำ โดยนำไปคั่วในกระทะให้หอม จากนั้นนำไปบดให้ละเอียด
  4. ตั้งกระทำให้ร้อน ใส่น้ำตาลปี๊บลงไปคั่วให้ละลาย ใส่เกลือป่นลงไป
  5. นำถั่วเขียวบด และ งาดำคั่วบดลงไปผัดในกระทะน้ำตาล ผัดให้ถั่วและงาดำเข้ากับเนื้อน้ำตาล จะได้ไส้ที่มีความหวานหอม และ เหนียวประมาณหนึ่ง จากนั้นพักให้เย็นก่อน
  6. เตรียมแป้ง โดย นำแป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวเจ้ามาร่อนก่อน
  7. นำแป้งมาผสมกันและเติมน้ำลงไป นวดให้แป้งเนื้อเนียน
  8. นำแป้งมาปั้นเป็นก้อน และ รีดเป็นแผ่นความหนาประมาณ 2 มิลลิเมตร
  9. นำไส้ลงไปบนแป้งและห่อเป็นก้อนกลมๆ น้ำมาพักเอาไว้ก่อน
  10. ปั้นแป้งบัวลอย โดย ใส่ไส้งาดำ เป็นลูกๆขนาดเท่าลูกปิงปอง เตรียมหม้อต้มน้ำความร้อนปานกลาง นำ บัวลอย ลงไปต้ม ถ้า บัวลอย ลอยขึ้นมาแสดงว่าสุกแล้ว ให้นำ บัวลอย ที่สุกมาพักในน้ำเย็นก่อน รอน้ำขิง
  11. เตรียมต้มบัวลอย ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด จากนั้นนำบัวลอยลงไปต้มให้แป้งสุก โดยสังเกตุจากเม็ดบัวลอยเริ่มลอยขึ้นมา
  12. จากนั้นนำบัวลอยที่สุกแล้วไปแช่น้ำเย็น ให้บัวลอยเซ็ตตัว
  13. เสริฟบัวลอยใส่ถ้วยและเติมน้ำขิงลงไป เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทานได้

เคล็ดลับการทำขนมบัวลอยน้ำขิง

  • การเตรียมแป้งสำหรับปั้นบัวลอย มีความสำคัญ ต้องได้ส่วนผสมที่พอดี โดย ใช้ แป้ง 2 ชนิด ที่มีคุณสมบัติต่างกัน แต่เมื่อน้ำมาผสมกัน จะทำให้ได้รสชาติ ความเหนียวนุ่มของแป้งที่พอดี สำหรับแป้งบัวลอย เราเลือกใช้ แป้งข้าวเหนียว และ แป้งข้าวจ้าว การนวดแป้ง เพื่อให้แป้งทั้ง 2 ชนิด ผสมและเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน
  • การปั้นบัวลอย ให้รีดเป้นแผ่น ความหนาให้พอดี ไม่หนา หรือ บางเกินไป บัวลอยปั้นให้กลมๆ หรือ จะทำเป็นรูปทรงอะไรก็ได้ตามใจชอบ
  • การต้มบัวลอย ให้ต้มด้วยน้ำเดือดๆ และน้ำต้มให้ใช้น้ำเชื่อม ความหวานของน้ำเชื่อมจะทำให้แป้งบัวลอย มีความหวานน่ารับประทาน
  • ไส้ให้ใช้ งาดำคั่ว และ โขรกละเอียด นำมาผัดกับน้ำตาล น้ำตาลที่ต้องนำมาผัด คือ น้ำตาลปี๊บ เรื่องจากมีความหวาน และ มีความเหนียว นำมาปั่นไส้ง่าย ไส้เมื่อผัดเสร็จ ให้ทิ้งไว้ให้เย็นก่อน จึงนำมาปั้นได้
  • สำหรับไส้งาดำ หากหางาดำไม่มี สามารถใช้ ถั่วเขียวแทนได้ โดยหากนำถั่วเขียวมาทำ ต้องนำถั่วเขียวมาล้าง ให้สะอาด จนน้ำล้างถั่วเขียวใส ขั้นตอนนี้สำคัญ หากน้ำล้างไม่ใส ถั่วเขียวจะมีกลิ่น จากนั้นนำไปแช่น้ำ 3 ชั่วโมง จากนั้นนำไปนึ่งให้สุก และนำไปโขรก และ ผัดกับน้ำตาล หากนำมาทำไส้ถั่วเขียว ให้ใส่พริกไทยลงไปด้วย จะเพิ่มรสชาติของไส้ได้อย่างดี
  • ขิง สำหรับนำมาทำน้ำของ ให้เลือกใช้ขิงแก่ เนื่องจากขิงแก่ ให้รสเผ็ด และความหอมกลิ่นขิงได้ดี
ถุงสายรุ้ง ถุงกระสอบ ขายถุงกระสอบ ขายถุงสายรุ้ง
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบใส่ของ ราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove
ขนมไทย
อาหารหวานของอาหารไทย ซึ่งลักษณะ ขนมไทย จะมีความหวานจากน้ำตาล ความมันจากกะทิ เป็นหลัก โดยมีส่วนผสมของวัตถุดิจากธรรมชาติ เช่น แป้ง ไข่ไก่ ไข่เป็ด เนื้อผลไม้ต่างๆ เช่น ลูกตาล ลูกชิด มะพร้าว กล้วย

ข้าวเหนียวหน้านวล ขนมไทย เมนูข้าวเหนียวมูน เมนูกะทิ
ข้าวเหนียวหน้านวล

ขนมตาล ขนมไทย เมนูนึ่ง ขนมหวาน
ขนมตาล
ข้าวต้มมัด ขนมไทย เมนูข้าวเหนียว ขนมนึ่ง
ข้าวต้มมัด
ข้าวเกรียบปากหม้อ อาหารไทย ขนมไทย เมนูนึ่ง
ข้าวเกรียบปากหม้อ
เครื่องดื่ม
น้ำดื่มที่ผสมส่วนผสมต่างๆ ให้เกิดรสชาติ ได้จากผลไม้ตามธรรมชาติ น้ำตาง และ สมุนไพร ต่างๆ ทำให้เกิดรสชาติให้น่าดื่ม

น้ำแอปเปิ้ลเขียว สูตรเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ เมนูคลายร้อน
น้ำแอปเปิ้ลเขียว

น้ำแคนตาลูป สูตรเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ เมนูคลายร้อน
น้ำแคนตาลูป
น้ำมะม่วง สูตรเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ เมนูคลายร้อน
น้ำมะม่วง
น้ำขิง น้ำดื่มสมุนไพร สรรพคุณของขิง
น้ำขิง