กล้วยบวชชี ขนมไทยแบบง่ายๆ นำกล้วยมาต้มในกะทิ หวานมันหอมอร่อยรสกล้วย วิธีทำกล้วยบวชชี ไม่ย่ากใครๆก็สามารถทำกินเองได้ สำหรับกล้วยบวชชีมีเคล็ดลับหลายอย่างๆ ตั้งแต่กล้วย น้ำตาล รวมถึงกะทิ

กล้วยบวชชี ขนมหวาน ขนมไทย เมนูกล้วย

สูตรอาหาร เมนูอาหารยอดนิยม สำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ ขนมหวานแบบไทยๆจากกล้วย คือ กล้วยบวชชี ( banana with coconut milk ) สำหรับเคล็ดลับความอร่อยของกล้วยบวชชี คือ การเลือกวัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การปรุงรสชาติ ต้องเลือกกล้วยที่ความสุกเหมาะสมสำหรับนำมาทำขนม กะทิต้องสดใหม่ ความหวานต้องพอดี

สูตรกล้วยบวชชี  ขนมไทยแสนอร่อยๆ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำขนม เมนูกล้วย

ส่วนผสมสำหรับทำกล้วยบวชชี

  • กล้วยน้ำว้าสุกแต่ไม่งอม 8 ลูก
  • หางกะทิ 500 กรัม
  • หัวกะทิ 500 กรัม
  • เม็ดสาคู 1 ถ้วย
  • น้ำตาลปี๊บ ครึ่งกิโลกรัม
  • เกลือ 1 ช้อนโต้ะ

วิธีทำกล้วยบวชชี

  1. เริ่มจากการเตรียมน้ำกะทิก่อน นำหัวกะทิ และ หางกะทิลงไปต้มอย่าให้กะทิแตกมัน
  2. ปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บและเกลือ ชิมรสชาติ และ พักเอาไว้ก่อน
  3. เตรียมสาคู นำเม็ดสาคูแช่น้ำให้หมาดๆก่อน แช่ในน้ำอุณหภูมิห้อง ประมาณ 30 นาที สังเกตุว่าพอสาคูเริ่มดูดน้ำหมด พองตัวก็ใช้ได้ ต้มน้ำให้เดือดจัดนำสาคูลงไปต้ม ไม่ต้องต้มนาน พอสาคูใสก้นำขึ้นมาพักในน้ำเย็น ให้สาคูหดตัวให้เหนียวหนึบ แช่ในน้ำเย็นเอาไว้
  4. ตั้งหม้ออุ่นกะทิให้ร้อน จากนั้นนำกล้วยน้ำว้าลงไปต้ม ไม่ต้องต้มนาน ต้มพอให้กะทิมีรสกล้วย ก็ปิดไฟ
  5. รอให้หม้อกล้วยบวชชีเย็นจึงค่อยนำเม็ดสาคูที่ต้มไว้แล้วลงไป

เคล็ดลับการทำกล้วยบวชชี

  1. การเลือกกล้วย ให้เลือกกล้วยที่กำลังจะสุก ออกเขียวปนเหลือง หากใช้กล้วยดิบเกิน ก็ทำให้กล้วยเป็นชิ้นสวย แต่รสชาติไม่หวานดังต้องการ และรสจะฝาดมากกว่า ไม่อร่อย หากเลือกสุกเลย กล้วยก็จะหวาน แต่โอกาสที่กล้วยจะเละไม่เป็นชิ้นมีมาก
  2. การเลือกกะทิ ต้องเป็น กะทิคั้นสด ผสมกันในอัตราส่วน หัวกะทิ 1 ส่วน หางกะทิ 3 ส่วน ใส่เกลือเพื่อช่วยตัดความมันของกะทิ ซึ่งการที่ไม่แนะนำให้ใช้กะทิสำเร็จ เนื่องจากรสชาติและความหวานมันแบบธรรมชาติมันต่างกัน
  3. ให้ ปรุงรสของกะทิ ให้เสร็จก่อนที่จะใส่กล้วยลงไป
  4. ไม่ต้มกล้วยในกะทิที่ใช้ไฟร้อนเกินไป แนะนำให้ใช้ไฟอ่อน ให้กะทิซึมเข้าเนื้อกะทิ
  5. ทิ้ง กล้วยบวชชี ให้เย็นก่อน กะทิจะซึมเข้าเนื้อกล้วย จะได้กล้วยบวดชีที่หวานมันอย่างถึงใจ
  6. สาคูให้แช่น้ำให้อิ่มน้ำก่อน หากนำไปต้มโดยไม่แช่น้ำก่อน สาคูจะไม่สุกด้านใน
  7. เทคนิคการต้มสาคูให้ใช้น้ำร้อนจัด ต้มให้สาคูใน และนำไปแช่น้ำเย็นจัด 2 น้ำ โดยความเย็นจะทำให้สาคูหดตัวและเหนียวนุ่มอร่อยไม่เละ
  8. น้ำตาลสำหรับการทำขนมไทย ต้องเป็นน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลมะพร้าว จึงได้ความหวานแบบไม่แสบคอ หวานกลมกล่อม
  9. การปรุงรสกะทิ ต้องใส่เกลือ เพื่อลคความหวานและมันของกะทิ

ทองหยอด คือ ขนมไทย เมนูขนมเชื่อม มีที่มาจากขนมโปรตุเกส วิธีทำขนมทองหยอด ง่ายๆ สามารถทำกินเองที่บ้านได้ ขนมจากไข่ไก่ นำแป้งผสมกับไข่แดง หยอดลงในน้ำเชื่อมเดือดๆ ขนมคล้ายหยดน้ำ สีเหลืองทอง ท้าวทองกีบม้า คือ ผู้นำมาเผยแพร่ในไทย ตั้งแต่สมัยอยุธยา ทองหยอดนิยมใช้ในงานมงคลต่างๆ เคล็ดลับการทำขนมมีอะไรบ้าง

ทองหยอด ขนมทองหยอด ขนมไทย ขนมหวาน

สูตรอาหาร เมนูอาหาร ยอดนิยมสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ ขนมไทย ตระกูลทอง คือ ทองหยอด ขนมทองหยอด คือ หนึ่งใน 9 ขนมตระกูลทอง ประกอบด้วย ขนมทองหยิบ ขนมทองหยอด ขนมฝอยทอง ขนมขนมชั้น ขนมเม็ดขนุน ขนมถ้วยฟู ขนมจ่ามงกุฎ ทองเอก และ ขนมเสน่ห์จันทร์  ขนมไทยโบราณ ได้รับอิธิพลจากโปตุเกส

สูตรขนมทองหยอด ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจงา่ย เหมาะสำหรับคนรักการทำขนม เมนูไข่

ส่วนผสมสำหรับทำทองหยอด

  • ไข่เป็ด 20 ฟอง ( แยกเอาเฉพาะไข่แดง )
  • น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
  • น้ำลอยดอกมะลิ 3 ลิตร
  • แป้งข้าวจ้าว 0.5 กิโลกรัม
  • ใบเตย 5 ใบ
  • เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำขนมทองหยอด

  • เริ่มจากการเตรียมน้ำลอยดอกมะลิ โดย นำน้ำสะอาด มาแช่ดอกมะลิ ทิ้งเอาไว้ก่อน 1 คืน โดย ดอกมะลิที่ใช้ในการแช่น้ำลอยดอกไม้ ให้ใช้ดอกมะลิที่เด็ดตอนกลางคืน จะได้กลิ่นหอมของดอกไม้
  • เริ่มผสมแป้ง โดย นำไข่เป็ด 20 ฟอง ที่แยกไข่แดงนั้น มาตีให้ขึ้นฟู จากนั้นผสมแป้งข้าวจ้าว ตีให้ส่วนของไข่แดงและแป้งเข้ากัน ก็จะได้แป้งสำหรับหยอดน้ำ
  • เตรียมน้ำเชื่อม โดย ให้ใช้ น้ำลอยดอกมะลิ นำมาต้มให้เดือด ใส่ใบเตยลงไปต้ม ปรุงรสด้วย น้ำตาลทราย และ เกลือ เคี้ยวด้วยไฟอ่อนๆ ให้น้ำเชื่อมหวานกลมกล่อม
  • เริ่มทำการหยอดแป้ง โดยให้เร่งไฟน้ำเชื่อมให้เดือด จากนั้น นำแป้งมาหยอดลงในหม้อน้ำเชื่อม แป้งเมื่อลงไปในน้ำเชื่อม จะสุก และ มีลักษณะของหยดน้ำ ต้มให้แป้งสุก โดยสังเกตุว่าแป้งสุกจะลอยขึ้นมา ก้สามารถเสริฟใส่จานพร้อมรับประทานได้

เคล็ดลับการทำขนมทองหยอด

  • เทคนิคการทำน้ำลอยดอกมะลิ ให้เลือกใช้น้ำสะอาด ความสำคัยอยู่ที่ ดอกมะลิที่นำมาลอยน้ำ ให้เลือกใช้ดอกมะลิสดๆ เด็ดตอนกลางคืน เนื่องจากดอกมะลิจะให้กลิ่นหอมเวลากลางคืน
  • สำหรับหากไม่มีน้ำลอยดอกมะลิ ให้ใช้ใบเตยต้มน้ำและน้ำตาลแทน จะได้น้ำเชื่อมกลิ่นใบเตย
  • ไข่สำหรับนำมาทำขนม ต้องเป็นไข่เป็ด เลือกเฉพาะไข่แดง ความอร่อยของขนมอยู่ที่เทคนิคการตีไข่แดง ต้องตีไข่แดงให้ขึ้นฟู มีฟองอากาศอยู่ในไข่จึงจะได้ขนมที่ฟูเนื้อเนียน
  • แป้งข้าวจ้าว หากสามารถใช้ข้าวสารโม้แป้งแบบสดๆ ได้จะดีที่สุด เนื่องจากจะได้แป้งเนื้อเนียน แต่หากไม่สามารถหาได้ ก็ให้ใช้แป้งข้าวจ้าว แต่เมื่อนำมาผสมกับไข่แดงแล้ว ให้พักไว้สัก 1 ชั่วโมง เพื่อให้แป้งละลายและเซ็ตตัว
  • การต้มเมูดทองหยอด ให้ต้มในน้ำเชื่อม ความหวานของน้ำเชื่อมจะซึมเข้าไปในแป้ง ให้ความหวานอร่อย
  • น้ำเชื่อม ให้ใช้น้ำลอยดอกมะลิ ผสมน้ำตาลทรายและเกลือ น้ำเชื่อมจะกลมกล่อมได้ ต้องมีเกลือผสม
ถุงสายรุ้ง ถุงกระสอบ ขายถุงกระสอบ ขายถุงสายรุ้ง
ขายถุงกระสอบ ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบใส่ของ ราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove
ขนมไทย
อาหารหวานของอาหารไทย ซึ่งลักษณะ ขนมไทย จะมีความหวานจากน้ำตาล ความมันจากกะทิ เป็นหลัก โดยมีส่วนผสมของวัตถุดิจากธรรมชาติ เช่น แป้ง ไข่ไก่ ไข่เป็ด เนื้อผลไม้ต่างๆ เช่น ลูกตาล ลูกชิด มะพร้าว กล้วย

ข้าวเหนียวหน้านวล ขนมไทย เมนูข้าวเหนียวมูน เมนูกะทิ
ข้าวเหนียวหน้านวล

ขนมตาล ขนมไทย เมนูนึ่ง ขนมหวาน
ขนมตาล
ข้าวต้มมัด ขนมไทย เมนูข้าวเหนียว ขนมนึ่ง
ข้าวต้มมัด
ข้าวเกรียบปากหม้อ อาหารไทย ขนมไทย เมนูนึ่ง
ข้าวเกรียบปากหม้อ
ฟักทองสังขยา สังขยาฟักทอง ขนมไทย เมนูนึ่ง
ฟักทองสังขยา
ขนมข้าวเกรีบอ่อน วิธีทำขนมข้าวเกรียบอ่อน สูตรขนมข้าวเกรียบอ่อน ขนมไทย
ขนมข้าวเกรียบอ่อน
เครื่องดื่ม
น้ำดื่มที่ผสมส่วนผสมต่างๆ ให้เกิดรสชาติ ได้จากผลไม้ตามธรรมชาติ น้ำตาง และ สมุนไพร ต่างๆ ทำให้เกิดรสชาติให้น่าดื่ม

น้ำแอปเปิ้ลเขียว สูตรเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ เมนูคลายร้อน
น้ำแอปเปิ้ลเขียว

น้ำแคนตาลูป สูตรเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ เมนูคลายร้อน
น้ำแคนตาลูป
น้ำมะม่วง สูตรเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ เมนูคลายร้อน
น้ำมะม่วง
น้ำขิง น้ำดื่มสมุนไพร สรรพคุณของขิง
น้ำขิง
น้ำฝรั่ง สูตรเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ เมนูคลายร้อน
น้ำฝรั่ง
เต้าหู้ นมถั่วเหลือง สูตรเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ เมนูคลายร้อน
น้ำเต้าหู้